HOME

กวีนิพนธ์บางบท

     พฤษภกาสร     อีกกุญชรอันปลดปลง
 
โททนต์เสน่งคง     สำคัญหมายในกายมี
     
นรชาติวางวาย  มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
 
สถิตทั่วแต่ชั่วดี      ประดับไว้ในโลกา
     
ความดีก็ปรากฏ  กิติยศลือชา
 
ความชั่วก็นินทา     ทุรยศยินขจร

สมเด็จพระมหาสมณะเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

คิดดี  พูดดี  ทำดี     เป็นศรี  เป็นพร  สูงสุด
ไม่มี  พรเทพ  พรมนุษย์        เปรียบประดุจ ความดี  ที่ทำเอง

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

 

มองแต่แง่ดีเถิด

      เขามีส่วน  เลวบ้าง  ช่างหัวเขา
 จงเลือกเอา  ส่วนที่ดี   เขามีอยู่
 เป็นประโยชน์  โลกบ้าง  ยังน่าดู
 ส่วนที่ชั่ว  อย่าไปรู้   ของเขาเลย  ;
      จะหาคน   มีดี   โดยส่วนเดียว
 อย่ามัวเที่ยว  ค้นหา  สหายเอ๋ย
 เหมือนเที่ยวหา  หนวดเต่า  ตายเปล่าเอย
 ฝึกให้เคย  มองแต่ดี   มีคุณจริง ฯ

พุทธทาสภิกขุ

 

แด่ ร.ท.ทายาท  คล่องตรวจโรค และ ร.ท.ปิยะวิพากษ์  เปี่ยมญาต

        เสียงปืนยัง กึกก้อง ทั้งสองหู             คิดถึงผู้ กล้าหาญ ชาญสมร
 เสียสละ ต่อสู้ ผู้ราญรอน                         จนม้วยมรณ์ ถมร่าง หว่างพื้นดิน
        นาม ทายาท  นามนี้วีรบุรุษ              ปิยะวิพากษ์  สู้สุด จนด่าวดิ้น
 สิบเจ็ด มีนาที่ พลีชีวิน                            เพื่อป้องถิ่น ความเสรี ธานีไทย
       นำกำลัง ลาดตระเวณ คุ้มเส้นทาง       ก่อการร้าย ขัดขวาง สร้างไม่ได้
 เหล่าศัตรู มุ่งร้าย หมายเอาชัย                  ปะทะใน ระยะ กระชั้นกาย
        ระดมยิง ปืนเล็ก และอาร์พีจี               ข้าศึกมี จำนวนดู อยู่มากหลาย
 ทายาท  นั้นน่านิยม สมเป็นนาย                สั่งทุกคน อย่าหนีหาย จงสู้มัน
        ทหารตรึง รับไว้ ไม่มีถอย                  กำลังน้อย สู้ได้ ไม่เคยยั่น
 ให้ส่วนมาก อยู่รอด ปลอดภัยกัน              ไม่เสียขวัญ เพราะหัวหน้า กล้าทำการ
       แต่กำลัง เหล่าอริ มีมากกว่า               ยิงถูก ทายาท ม้วยมุด สุดสังขาร
 พร้อมปิยะวิพากษ์ ยอดชายชาญ             ประวัติศาสตร์ จะจาร จารึกนาม
       การสละ ชีวี ชี้ให้เห็น                        ว่าเขาเป็น ผู้มีใจ ไม่เกรงขาม
 ทั้งเด็ดเดี่ยว สตินั้น มั่นทุกยาม                 เมื่ออยู่ท่าม กลางภัย ไวปัญญา
       ขอเทิดทูน นักรบไทย ผู้ใจเด็ด           ดังเหล็กเพชร ปรากฎ เกริกยศฐา
 สละสุข ยอมลำบาก ยากกายา                  ทอดชีวา เพื่อชาติ ปราศผองภัย
       ขอวิญญาณ ท่านจง เสวยสุข             เกียรติกระเดื่อง เลื่องทุก ยุคสมัย
 จงคุ้มครอง บ้านเมือง รุ่งเรืองไกร             ให้ชาติไทย คงอยู่ คู่ฟ้าดิน

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ ทรงนิพนธ์พระราชทานเป็นที่ระลึก
ในวันพระราชทานเพลิงศพสองทหารหาญที่เสียชีวิตด้วยน้ำมือผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

 

 เมื่อโลกนี้ไม่มีคนชื่อคึกฤทธิ์          มันจะผิดแปลกไปที่ไหนนั่น
 ทิวาวารยังจะแจ้งแสงตะวัน
                   ยามราตรีมีจันทร์กระจ่างตา
         ไก่จะยังขานขับรับอุทัย
               ฝนจะพรำร่ำไปในพรรษา
 คลื่นจะยังกระทบฝั่งไม่สร่างซา
               สกุณายังจะร้องระงมไพร
         ลมจะพัดชายเขาเหมือนเก่าก่อน
      เข้าหน้าร้อนไม้จะออกดอกไสว
 ถึงหน้าหนาวหนุ่มสาวจะเร้าใจ
                ให้ฝันใฝ่ในสวาสดิ์ไม่คลาดคลา
         ประเวณียังจะอยู่คู่ฟ้าดิน
              ไม่สิ้นสุดในความเสน่หา
 คนที่รักคึกฤทธิ์อย่าคิดระอา
                   เพียงนึกถึงก็จะมาอยู่ข้างกาย
         คอยเข้าปลอบประโลมในยามทุกข์
    เมื่อมีสุขก็จะร่มอารมณ์หมาย
 เมื่อรักแล้วไหนจะขาดสวาสดิ์วาย
             ถึงตัวตายใจยังชิดมวลมิตรเอย

ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

 

              ผู้ชนะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ แต่ผู้แพ้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

          ผู้ชนะเสนอสิ่งใหม่ให้ทุกครา แต่ผู้แพ้สรรหาคำแก้ตัว

          ผู้ชนะมักบอก"ขอฉันช่วย" แต่ผู้แพ้ไม่เอาด้วยเรื่องปวดหัว

          ผู้ชนะเห็นทางออกแม้มืดมัว ผู้แพ้เฝ้าแต่กลัวเจอทางตัน

          ผู้ชนะรอโอกาสทองแม้ต้องยุ่ง ผู้แพ้มุ่งเห็นแต่ร้ายที่หมายมั่น

          ผู้ชนะว่าทำได้ต้องฝ่าฟัน ผู้แพ้บอกเลิกฝันมันยากไปฯ . . .

ทักษิณ  ชินวัตร  -  แต่งเมื่อ 26 กรกฎาคม 2545

 

.....สักวา นั่งมอง ต๋อง ศิษย์ฉ่อย
แทงสนุ้ก เลิศลอย หาใครสู้
นั่งชมศิษย์ ทำให้คิดไปถึงครู
อยากจะรู้ ว่าฉ่อย นั้นคือใคร

ทำอะไร อยู่ที่ไหน ใคร่ขอถาม
จะได้ตาม ไปเป็นศิษย์ พิสมัย
ชื่อคึกฤทธิ์ ศิษย์ฉ่อย น้อยเมื่อไร
จงเห็นใจ ตอบสารา มาหน่อยเอย

ม.ร.ว คึกฤทธิ์ ปราโมช - พ.ศ 2534

.....สักวา นั่งมอง ตรองจนดึก
ต้องมานั่ง คิดลึก นึกหดหู่
ท่านคึกฤทธิ์ จะให้ ไปเป็นครู
ทั้งอยากรู้ว่าฉ่อย นั้นคือใคร

ฉ่อยซ่าส์ซู่ รู้ข่าว แล้วไข้กลับ
คนระดับ คึกฤทธิ์ พิสมัย
ชีวิตนี้เกิดมาแล้วไม่เสียดาย
แม้ว่าตาย มีคึกฤทธิ์ ศิษย์ฉ่อยเอย

โกวิน ภู่โอบอ้อม (ฉ่อย ซู่ซ่าส์) บิดาของวัฒนา - 2534

 

        เป็นการง่ายยิ้มได้ไม่ต้องฝืน      เมื่อชีพชื่นเหมือนบรรเลงเพลงสวรรค์
  แต่คนที่ควรชมนิยมกัน                   ต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อภัยมา

หลวงวิจิตรวาทการ

 

 

กูเป็นนิสิตนักศึกษา
วาสนาสูงส่งสโมสร
ย่ำค่ำนี่จะย่ำไปงานบอลล์
เสพเสน่ห์เกสรสุมาลี

กูเป็นนิสิตนักศึกษา
พริ้งสง่างามผงาดเพียงราชสีห์
มันสมองของสยามธานี
ค่ำนี้กูจะนาบให้หนำใจ

กูเป็นนิสิตนักศึกษา
เจ้าขี้ข้ารู้จักกูหรือไม่
หัวเข็มขัด กลัดกระดุม ปุ่มเน็คไทร์
หลีกไปหลีกไปอย่ากีดทาง

กูเป็นนิสิตนักศึกษา
มหาวิทยาลัยอันกว้างขวาง
ศึกษาสรรพรสมิเว้นวาง
เมืองกว้างช้างหลายสบายดี

กูเป็นนิสิตนักศึกษา
เดินเหินดูสง่ามีราศี
ย่ำค่ำกูจะย่ำทั้งราตรี
กรุงศรีอยุธยามาราธอน

เฮ้ย กูเป็นนิสิตนักศึกษา
มีสติปัญญาเยี่ยมสิงขร
ให้พระอินทร์เอาพระขรรค์มาบั่นรอน
อเมริกามาสอนกูเชี่ยวชาญ

กูเป็นนิสิตนักศึกษา
หรูหราแหลมหลักอัครฐาน
พรุ่งนี้ก็ต้องไปร่วมงาน
สังสรรค์ในระดับปริญญา

ได้โปรดฟังกูเถิดสักนิด
กูเป็นนิสิตนักศึกษา
เงียบโว้ย-ฟังกู--ปรัชญา
กูอยู่มหาวิทยาลัย...

...กูอยู่มหาวิทยาลัย
รู้ไหม เห็นไหม ดีไหม
อีกไม่นานเราก็ต่างจะตายไป
กอบโกยใส่ตัวเองเสียก่อนเอย.

สุจิตต์ วงษ์เทศ

 


       เมื่อรักกันไม่ได้ ก็ไม่รัก

 
ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน
 ไม่ัรักกูกูก็จักไม่รักใคร
 เอ๊ะน้ำตากูไหลทำไมฤๅ

สุจิตต์  วงษ์เทศ

 

   "ถนนเนืองนองผู้คน!  ปืนคำรามขับไล่!  กระสุนของมันโปรยปลิว!  รถถังกัมปนาท
 น่าเกรงขาม!
  ผู้คนวิ่งพรูเข้าประจันหน้าด้วยมือเปล่าเปลือยๆ!  บางคนมีดุ้นไม้
 ที่หักรานจากข้างถนน
!  ไฟไหม้!  แสงแดดจ้านเปลี่ยนเป็นหม่นและมืดคลุ้มจากควัน!
  
เฮลิคอปเตอร์ฉวัดเฉวียนเย้ยหยัน!  เสียงร้องไห้และตะโกนเคียดแค้น!  หลายคน
 พยายามเหยียดตัวของเขาให้แบนลงแนบถนนหลบกระสุนปืน
!  แล้วนาฑีต่อมา
 เขาเผ่นโผนไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
!  บางคนโดนฉีกแขนและขาขาดวิ่น!
 
ในมือบางคนมีระเบิดขวดใบน้อยไม่น่ามีพิษ  ถ้าเทียบกับรูเหล็กสีดำของปืนที่ซุ่มซ่อน
 ตามซอกตึก
!  ผู้คนยังหลั่งไหลมาเนืองนอง!  คาวเลือด!  คราบเหงื่อและน้ำตา!
 
กลิ่นควันลามกอนาจารของควันปืน!  และลมหายใจของเสรีภาพ

รงษ์  วงค์สวรรค์

HOME