HOME  

ความรู้จากแพทย์แผนจีน

  • ท่านอาจารย์นายแพทย์ภาสกิจ(วิทวัส) วัณนาวิบูล อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน  แนะนำเคล็ดลับการดูแลสุขภาพ
    ตามศาสตร์แพทย์แผนจีนว่า
  • 1. หวีผมบ่อยๆ  หวีผมเบาๆ บ่อยหน่อยช่วยให้ตาสว่าง และรากผมแข็งแรง (ใช้หวีซี่ห่างหน่อย แปรงเบาหน่อย เพื่อกันผมหลุด)
  • 2. ถูใบหน้าบ่อยๆ  ล้างมือด้วยสบู่ เจล หรือแอลกอฮอล์ ให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นใช้ฝ่ามือ 2 ข้างถูหน้าเบาๆ บ่อยหน่อย
    เพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นใบหน้าเปล่งปลั่ง
  • 3. เคลื่อนไหวดวงตาบ่อยๆ  ให้มองไกล-มองใกล้ มองข้างนอก-ข้างใน มองบน-มองล่าง หลีกเลี่ยงการมอง หรือ
    จ้องอะไรนานๆ  โดยเฉพาะคนที่ทำงานคอมพิวเตอร์ควรพักสายตาด้วยการมองไกลอย่างน้อยทุกชั่วโมง
  • 4. กระตุ้นใบหูบ่อยๆ   การดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูเบาๆ บ่อยหน่อย ช่วยบำรุงตานเถียน(จุดฝังเข็ม) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เก็บ
    พลังงานของร่างกาย (ใต้สะดือ) สัมพันธ์กับไต ซึ่งเปิดทวารที่หู ทำให้แรงดี ป้องกันเสียงดังในหู หูตึง และอาการเวียนหัว
  • 5. ขบฟันบ่อยๆ  ขบฟันเบาๆ บ่อยหน่อย(ไม่ใช่ขบแรงดังกรอดๆ) ช่วยให้ฟันแข็งแรง และกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย
  • 6.ใช้ลิ้นดุนเพดานปากบ่อยๆ  การใช้ปลายลิ้นกระตุ้นเพดานบนด้านหน้าเป็นการกระตุ้นจุดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลังลมปราณตู๋
    และเยิ่น ซึ่งเป็นเส้นควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าร่างกาย ทำให้เกิดการกระตุ้นการหลั่งสาร  น้ำ และน้ำลาย
  • 7. กลืนน้ำลายบ่อยๆ  การกลืนน้ำลายบ่อยๆ ช่วยกระตุ้นพลังบริเวณคอหอย และกระตุ้นการย่อยอาหาร
  • 8.หมั่นขับของเสีย  หมั่นขับของเสีย โดยเฉพาะดื่มน้ำให้พอ กินอาหารที่มีเส้นใย ออกกำลัง เพื่อป้องกันท้องผูก เมื่อปวดปัสสาวะ
    หรืออุจจาระให้ถ่ายทันที อย่ารอโดยไม่จำเป็น การทิ้งของเสียไว้ในร่างกายนานเกินทำให้เกิดสารพิษ และการดูดซึมสารพิษ (กลับเข้า
    สู่ร่างกาย) มากขึ้น ทำให้ป่วยง่าย
  • 9. ถูหรือนวดท้องบ่อยๆ  ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกาเบาๆเพื่อช่วยให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น
  • 10. ขมิบก้นบ่อยๆ  การขมิบก้นบ่อยๆ ช่วยป้องกันริดสีดวงทวาร และท้องผูก
  • 11. เคลื่อนไหวทุกข้อ  การอยู่นิ่งๆ หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ทำให้เกิดโรคได้ง่าย ควรเคลื่อนไหวข้อต่างๆให้ครบทุกข้อ
    ทุกวัน  ฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อและข้อให้สมดุล เช่น การฝึกชี่กง ไท้เก้ก โยคะ ฯลฯ
  • 12. ถูผิวหนังบ่อยๆ  ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย คล้ายกับการถูตัวเวลาอาบน้ำ มีส่วนช่วยให้เลือดและพลังไหลเวียนดี

  • นอกจากนี้ ท่านยังแนะนำเรื่องอาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกิน นำแนวคิดศาสตร์แพทย์แผนจีนมาวิเคราะห์โดยใช้หลักแพทย์
    แผนปัจจุบันประกอบ...  อาหารที่ไม่ควรกินมากเกิน หรือบ่อยเกินได้แก่...
  • 1. ไข่เยี่ยวม้า ไข่เยี่ยวม้ามีตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง  กินบ่อยๆจะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบาง และ
    อาจได้รับพิษตะกั่ว เช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ
  • 2. ปาท่องโก๋  กระบวนการทำปาท่องโก๋มีการใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่วปนเปื้อน ตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไป
    นอกจากนั้น  ยังทำให้คอแห้ง เจ็บคอง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย
  • 3. เนื้อย่าง  กระบวนการรมไฟย่างไฟทำให้เกิดสารเบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
  • 4. ผักดอง  ผักดอง และของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกิน หรือมากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนัก
    เกิดความดันเลือดสูงและโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิดสารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสาร ก่อมะเร็ง
  • 5.ตับหมู  ตับหมูมีโคเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยเกิน หรือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง (อัมพฤกษ์-อัมพาต) 
    และโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น
  • 6. ผักขม ปวยเล้ง  ผักขมและปวยเล้งมีสารอาหารสูง  ทว่ามีกรดออกซาเลตมาก  ทำให้เกิดการขับสังกะสีและแคลเซียมออกจาก
    ร่างกายมาก การกินบ่อยเกิน หรือมากเกินอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียมหรือสังกะสีได้
  • 7. บะหมี่สำเร็จรูป  บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกัดบูด สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน
    หรือบ่อยเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหาร และการสะสมสารพิษได้
  • 8. เมล็ดทานตะวัน  เมล็ดทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ทว่า... การกินมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้กระบวนการเคมี
    (metabolism) ในร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ ภาวะไขมันในตับสูง  อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคตับ เช่น ตับแข็ง ฯลฯ
    เพิ่มขึ้น
  • 9. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้  กระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย   ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนสูงอายุ หรือเด็กเล็กได้
    นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • 10. ผงชูรส  คนเราไม่ควรกินผงชูรสเกินวันละ 6 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา... การกินผงชูรสมากเกิน หรือบ่อยเกินทำให้เกิดภาวะ
    กรดกลูตามิกในเลือดสูงอาจทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์

  HOME