หน้าแรกสะเก็ดอังกฤษ   คนอเมริกันไม่ใช้ lift?    คนอังกฤษยืม  piano แล้วไม่คืน?      คำลูกครึ่ง-คำครึ่งลูก    ไอ้ตัวเล็ก     คู่สร้างคู่สม และคู่กัด
สำนวนชวนสนุก     มาจากชื่อทั้งนั้น      
ACRONYM      คำพ้องเสียง-คำพ้องรูป      สุภาษิต-วาทะคนดัง      ภาษาอังกฤษภารตะ
คำย่อในเน็ตและคอม     คำอาภัพ     คำกับดัก    
อะไรนะ…บักเตรี     นับหนึ่งถึงอสงไขย     เครื่องหมาย…มีความหมาย     บทส่งท้าย

คนอเมริกันไม่ใช้ lift?

 

            ใช่แล้ว  ท่านตาไม่ฝาดหรอกครับ   ผมตั้งใจเขียนว่า คนอเมริกันไม่ใช้ lift จริงๆ

            ผมหมายถึงว่าคนอเมริกันกับคนไทยหรือคนชาติไหนก็ใช้ลิฟต์กันทั้งนั้นแหละ  แต่ในแง่ของภาษาอังกฤษละก็    คนอเมริกัน กับคนอังกฤษมีความแปลกแยกแตกต่างกันพอควร  อย่างที่จั่วหัวเรื่องไว้นั่นแหละครับ คนอเมริกันไม่ใช้
คำว่า
lift แบบคนอังกฤษ  แต่กลับไปใช้คำว่า elevator แทน  ผมเลยนำมาสะกิดให้คันๆมันส์ๆเล่นยังงั้นเอง

            ความจริงสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ  (British English)  กับอังกฤษแบบอเมริกัน  (American English) นั้น ถ้าเราจะไม่เสาะหาให้มันยุ่งขมอง ก็ไม่มีปัญหาอะไร  ฝรั่งก็รู้เรื่องอยู่ดีน่ะแหละ แต่ว่ารู้ไว้
ไม่เสียหลาย

            ย้ำอีกนิดครับ   ภาษาอเมริกัน ไม่มีนะครับ  มีแต่ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน  เท่านั้น   และสำหรับในเว็บนี้ 
ผมขอใช้คำว่า 
“คำอเมริกัน”  กับคำว่า “คำอังกฤษ”  เป็นอันรู้กันระหว่างเรานะครับ

            พูดถึงเรื่องนี้  จำได้ว่า เพื่อนผมคนหนึ่งรับโทรศัพท์ข้ามทวีปจากเพื่อนสาวอเมริกัน  เจ้าหล่อนให้จดชื่อใครก็ไม่รู้ในกระดาษ   พูดสำเนียงว่า “เอ๋ล....ไอ๋....สี”   พ่อคุณก็จดลงไป  L   I   C  แล้วเมื่อมาคุยกันทีหลังถึงรู้ว่าผิดไปตัวหนึ่ง
ที่ถูกต้องเป็น
 LIZ  เพราะคนอเมริกันออกเสียงตัว Z ว่า “ซี” หรือ “สี”  (เสียงนาสิก หรือเสียงขึ้นจมูก)  ในขณะที่สำเนียงอังกฤษดั้งเดิมเรียกว่าตัว “เซ่ด”   เป็นงั้นไป

            ยังไม่รีบไปไหนใช่ไหมครับ....

            มาทายกันเล่นๆดีกว่าว่า  คำนำหน้านาม คือ Mister กับคำว่า Doctor  เวลาที่เขียนย่อๆว่า Mr. กับ Dr. (มีจุด)
กับ
Mr และ Dr  (ไม่มีจุด) นี่น่ะ  ท่านว่าอันไหนเป็นสไตล์อเมริกัน อันไหนเป็นแบบอังกฤษ 

            คำตอบสุดท้าย คือ Mr. กับ Dr. ที่มีจุดนั่นแหละเป็นสไตล์อเมริกัน   ส่วน Mr กับ Dr ที่ไม่มีจุดเป็นสไตล์อังกฤษ
ครับ
....  แฮ่ม....ผมเองก็จำสลับกันอยู่บ่อยๆ

            สมัยเรียนมหาวิทยาลัย  ผมบังเอิญไปเลือกวิชาเอกอังกฤษเข้า   มิได้เก่งอะไร  แต่อาศัยใจรัก วันหนึ่งอาจารย์ที่
สอนเขียนซึ่งเป็นชาวอเมริกันเล่าให้ฟังเป็นสัมโมทนียกถาก่อนสอนว่า 

            ชาวอเมริกันไปเที่ยวหาเพื่อนที่ประเทศอังกฤษ   เพื่อนอังกฤษขับรถพาเที่ยวชมเมือง  บังเอิญเกิดฝนตก  เพื่อน
อเมริกันบอกให้เพื่อนอังกฤษเปิดที่ปัดน้ำฝนเพื่อปัด กระจกบังลมหน้ารถให้สะอาดเห็นชัด
..... โดยใช้คำว่า 
“WINSHIELD”  (กระจกบังลม)   เพื่อนอังกฤษได้ยินเข้าก็สั่นหัวบอก “โน....โน....ยูพูดผิดแล้ว... ที่ถูกต้องเป็น  WINDSCREEN นะสหาย”  เพื่อนอเมริกันแย้งว่า “WINDSHIELD ถูก  ยูอย่าลืมสิว่าคนประดิษฐ์รถยนต์เป็นคันแรก
ในโลกเป็นอเมริกันนะ
”    เพื่อนอังกฤษหัวเราะแล้วบอก  “โน....WINDSCREEN ถูกต้องที่สุด...ยูอย่าลืมว่าใครเป็นคน
คิดภาษาอังกฤษมาใช้ก่อนคนอื่น
.....  คนอังกฤษนะ....”  (ฮา....)

            เรื่องนี้  ไม่มีใครผิดใครถูกครับ  มันเป็นอังกฤษคนละสไตล์   คือใช้ได้ทั้งคู่นั่นแหละ  ถ้าเปรียบเป็นเพลงคงจะ
เหมือนกับเพลง
CLASSIC กับเพลง  POP อย่างนั้นกระมัง

            ท่านผู้อื่นที่รัก  ผมยังมีเรื่องเชยๆที่ประสบมาจะเล่าให้ฟัง

            ผมได้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สั่งงานด้วยเสียงสำหรับพิมพ์งานเป็นภาษาอังกฤษ   ได้ปุ๊บก็ทดลองปั๊บ  เอา microphone เสียบเข้า  แล้วลองสั่งให้พิมพ์ทันที

สั่งว่า “ไอ”  มีคำว่า I  สั่ง “เลิฟ” มีคำว่า  love  และสั่ง “ยู” มีคำว่า you 

แต่พอสั่ง “ฟุลสต๊อป” เพื่อใส่จุดท้ายประโยคตามแบบการเขียนที่ถูก   มันเฉยแฮะคราวนี้.........สั่งไปอีกสองสามที.....ก็เฉยอีกอย่างเดิม

หยุดตั้งหลักคิดพักหนึ่ง   แล้วก็ยิ้มออกเพราะนึกได้  เอาใหม่  สั่งใหม่

สั่งว่า “พีเหรียด”  ได้ผลครับ.....  มีจุดฟุลสต๊อปท้ายประโยค I love you. ถูกดังประสงค์

เจ้า period กับเจ้า fullstop นี่ก็อันเดียวกันแท้ๆ   เพียงแต่โปรแกรมที่เอามาใช้นี้เป็นโปรแกรมที่พัฒนาโดยคน
อเมริกัน  เลยเป็นเรื่อง
........เฮ้อ......

ท่านครับ....ภาษาอังกฤษสองแบบนี้ไม่ได้ทำเรื่องแต่กับผมคนเดียวนะครับ.....  เพื่อนครูคนหนึ่งจะซื้อรถเก๋งใหม่ป้ายแดง  ถือแคตาล็อกมาหาผมบอกว่าจะขอถามสักคำ  ให้ผมดูรถแบบนี้แบบโน้น....ในที่สุดไม่ยักกะถามเกี่ยวกับรถ
โดยตรงที่ว่ารุ่นไหนน่าใช้ยังไง   กลับไปถามว่า 
“รถซีดาน (sedan) กับรถซาลูน (saloon)  ...มีอะไรต่างกันตรงไหน

เมื่อได้คำตอบว่ามันก็คือรถเก๋งทั้งคู่นั่นแหละ  แกถึงหัวร่องอหายชอบอกชอบใจที่ได้ทราบว่า sedan เป็นคำ
อเมริกัน  ส่วน
saloon เป็นคำอังกฤษ

            และเรื่องรถๆนี่ยังมีความแตกต่างในการใช้คำสองสัญชาติอีกหลายมุมครับ  เป็นต้นว่า

                                                                        คำอังกฤษ                    คำอเมริกัน    

                        ฝากระโปรงหน้า                     Bonnet                         hood

                        ฝากระโปรงท้าย                      Boot                            trunk

                        น้ำมันเชื้อเพลิง                        Petrol                           gas

                        เปลี่ยนเกียร์                             Change gear                shift gear

            บางทีคำทั้งสองค่ายก็ออกเสียงเหมือนกันแต่ต่างกันเรื่องการสะกดเท่านั้น  เช่น คำว่า “ยางรถ”ต่างกัน  ตัว I
กับตัว
Y  เท่านั้นเอง   ส่วนคำอื่นๆลองมาดูด้วยกัน

            คำทางซ้ายแบบอังกฤษ   ส่วนทางขวาแบบอเมริกัน

            Colour  =  color                       สี                      behaviour = behavior              พฤติกรรม

            Neighbour  =  neighbor           เพื่อนบ้าน        odour  =  odor                         กลิ่น

            Travelled  =  traveled              เดินทาง           analyse = analyze                    วิเคราะห์

            Tyre   =     tire                         ยางรถ              kerb =  curb                             ขอบทาง

            Pyjamas   =  pajamas               ชุดนอน

            ท่านผู้อ่านครับ ตอนผมพิมพ์ต้นฉบับเว็บเพจนี้ ผมพิมพ์ด้วยโปรแกรม MS-Word 97 ปรากฎว่า คำทางซ้ายมือ
นี่ถูกขีดเส้นใต้ด้วยเส้นหยักๆสีแดงเสียทุกคำ   โปรแกรมคงจะทักว่าผมสะกดคำผิดล่ะสิท่า   แต่คำทางขวามือ
ไม่ยักกะมีขีดอะไร  ก็หมายความว่าสะกดถูกกระมัง

            เหตุผลในเรื่องนี้ไม่มีอะไร   ก็โปรแกรมชุด  Microsoft ของอภิมหาเศรษฐีบันลือโลก Bill Gates นั้น เป็นสายเลือดอเมริกันครับ  เลยชาตินิยมเท่านั้นเอง

            ใครชาติไหนก็ย่อมชาตินิยมทั้งนั้นแหละ...ไม่ว่าเขาว่าเรา

            ปี 2533 ผมไปเข้ารับการอบรมภาษาอังกฤษที่ British Council เชียงใหม่  สัปดาห์ใกล้ท้ายๆ อาจารย์ท่านให้จัด
ป้ายนิเทศ 
ผมเขียนคำหนึ่งซึ่งเป็นหัวเรื่องว่า CENTER  เข้า  ตัวโตเบ้อเริ่ม  สวย...... 

พออาจารย์มาเห็นเข้ากลับไม่เห็นสวยอย่างผมว่าเสียแล้ว   ท่านขมวดคิ้ว สีหน้าไม่พอใจ  ถามว่าใครเขียน ....
เขียนไม่ถูก  ผมบอกผมเขียนและยืนยันว่าถูก   อาจารย์บอก “โน...โน” ลูกเดียว แล้วก็ให้ผมเปลี่ยนเป็น   CENTRE 
ผมก็ต้องเปลี่ยนน่ะสิ
.... ท่านอาจารย์เป็นอังกฤษแท้ครับ

            นั่นแค่สะกดต่างกันนิดๆหน่อยๆ...

            ส่วนที่คำต่างกันไปเลยก็มีครับท่าน    เป็นต้นว่า

            Driving licence            =   driver’s license                   ใบอนุญาตขับขี่

            Holiday                        =     vacation                            วันหยุดเรียนหรือหยุดงาน

            Autumn                       =     fall                                    ฤดูใบไม้ร่วง

            Secondary school        =  high school                          โรงเรียนมัธยมศึกษา

            Car park                      =   parking lot                          ที่จอดรถ

            Number plate               =  license plate                         ป้ายทะเบียนรถ

            Letter box                    =  mail box                              ตู้จดหมาย

            Pavement                     =   sidewalk                             ทางเท้า

            เกือบลืมไปอีกอย่าง....  ส่วนที่ต่างกันในเรื่องการออกเสียงไงครับ....ไหนๆว่ากันแล้ว  มาดูตัวอย่างสักสี่ห้าคำ

            Class, glass, fast, aunt, schedule    จะออกเสียง  “คล้าส,  กล้าส, ฟ้าสท์,  อ๊านท์,  เช็ดดวล” หรือ  “แคล้ส, แกล้ส, แฟ้สท์,  แอ๊นท์,  สเก็ดดวล”  ก็สุดแท้แต่ใจว่าจะพิสมัยสำเนียงแบบไหนระหว่างแบบแรกอังกฤษกับอเมริกันแบบหลัง

            สำหรับผม เกิดมาจนบัดนี้ยังไม่เคยขึ้นเครื่องบินไปพูดกับฝรั่งเมืองนอก  พูดแต่กับฝรั่งในเมืองไทย รวมทั้งทักทายปราศรัยนักท่องเที่ยวที่เจอผ่านไปมาในท้องถิ่น ก็มีอยู่ประจำ   ผมยอมรับตรงๆแหละครับว่าผมน่ะเผลอๆก็เล่นสำเนียงแบบประสมเลย

            ไม่ให้ประสมไงไหว...ก็ไทยเรารับทั้งอังกฤษ  อเมริกัน รวมทั้งชาติอื่น เพราะเราเป็นประเทศเปิด    เป็นมิตรกับนานาชาติ  เราจึงเอาหมดทุกอย่างทุกท่า  บางทีผมก็เวียนหัว

            เอาแค่  gallon อังกฤษ กับ gallon อเมริกัน นี่ผมจำไม่ได้สักทีว่าแกลลอนอังกฤษเท่ากับ 4.54 ลิตร  ส่วนของอเมริกันเท่ากับ 3.78 ลิตร  น้อยกว่ากันนิด แต่พอจำง่ายๆได้ว่าของอังกฤษมากกว่า

            ยังมีตัวอย่างอีกคำที่อังกฤษมากกว่าอเมริกันทั้งที่เขียนเหมือนกันเปี๊ยบ  นั่นคือ  billion

            Billion อังกฤษจะมีค่าเท่ากับ 1,000,000,000,000 (ล้านล้าน) ส่วนของอเมริกันจะมีเลข 0 เพียง 9 ตัว คือ  1,000,000,000  มีค่าเท่ากับพันล้าน ครับ

            ยังดีนะคำว่า  millionaire ที่แปลว่าเศรษฐี  เขียนเหมือนกัน  แปลเหมือนกัน  ถ้าขืนต่างกันล่ะก็เศรษฐีสองคน คนหนึ่งมีสิบล้าน  อีกคนมีร้อยล้าน  คงเถียงกันยุ่งว่าจะใช้  millionaire อังกฤษ หรือmillionaire อเมริกันดี....

            ยังงี้ก็มีในโลกด้วย

 

---------------------------------------

 

 

 

F ตัวอักษรในภาษาอังกฤษที่เก่าแก่ที่สุด คือ ตัว O


หน้าแรกสะเก็ดอังกฤษ   คนอเมริกันไม่ใช้ lift?    คนอังกฤษยืม  piano แล้วไม่คืน?      คำลูกครึ่ง-คำครึ่งลูก    ไอ้ตัวเล็ก     คู่สร้างคู่สม และคู่กัด
สำนวนชวนสนุก     มาจากชื่อทั้งนั้น      
ACRONYM      คำพ้องเสียง-คำพ้องรูป      สุภาษิต-วาทะคนดัง      ภาษาอังกฤษภารตะ
คำย่อในเน็ตและคอม     คำอาภัพ     คำกับดัก    
อะไรนะ…บักเตรี     นับหนึ่งถึงอสงไขย     เครื่องหมาย…มีความหมาย     บทส่งท้าย